Saturday, March 3, 2012

"ข้าวดีด" ปัญหาระดับประเทศ ที่ชาวนาอยากจะร้องไห้...ชาวนาคลองสี่ ปทุมฯ เลยต้องมานั่งคุยกัน...

OK Nation Posted by คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัวhttp://www.norsorpor.com/go2.php?t=m&u=http%3A%2F%2Fwww.oknation.net%2Fblog%2Fjarinasa%2F2012%2F03%2F03%2Fentry-1
"ข้าวดีด" ข้าวอยู่เฉยๆ ไม่ได้รึ? ทำไมต้องดีดด้วย ??
การ เรียกชื่อ "ข้าวดีด" ฟังดูตลกดี สำหรับผมผู้ที่ไม่ได้อยู่แวดวงการปลูกข้าว แต่ชาวนาเขาไม่ตลกด้วยนะครับ เพราะข้าวดีดเป็นปัญหาที่ชาวนาอยากจะร้องไห้ ถ้ามีข้าวดีดอยู่ในนา แล้วข้าว ดีดคืออะไร? ค่อยๆ ติดตามไปเดี๋ยวก็รู้ เพราะผมเองก็เพิ่งรู้จักจากวงสนทนานี้เหมือนกันครับ...

เวที การพูดคุยกับชาวนานี้ เกิดขึ้นมาได้จากที่ทำงานผม (ม.กรุงเทพ) ได้เชิญวิทยากรจาก อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม มาบรรยายเรื่อง"ข้าวดีด" เพื่อเป็นการบริการวิชาการสู่สังคม โดยวิทยากรเป็นผู้ที่มีความรู้เรื่อง ข้าว 2 ท่าน มาพูดคุยกับชาวนาที่ "ชุมชนคลองสี่" ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งจัดที่บ้านผู้ใหญ่ทวี อยู่หมู่ที่ 10 การพูดคุยเวทีแบบนี้ ชาวนาบอกว่าเป็นครั้งแรกที่ได้มาพูดคุยกันครับ

Entry นี้ ผมอยากให้เพื่อนๆ แค่รู้จัก "ข้าวดีด" ว่าคืออะไร สาเหตุ วิธีแก้ไขเบื้องต้น และแนวทางของชุมชนคลองสี่ เขาจะมีทางออกกับปัญหาข้าวดีดนี้อย่างไร? ขอเชิญเพื่อนๆ ตามไปดูเขาคุยกันดีกว่าครับ...




ทีม งานผู้จัดคือคณะทำงานบริการวิชาการสู่สังคม รวมทั้งผม(เป็นผู้สังเกตการณ์) ได้เดินทางมาถึงเช้าประมาณ9โมงครึ่ง ยังไม่มีใครมา เพราะนัดชาวบ้านไว้ตอน10โมงเช้า ในภาพผู้ใหญ่ทวี เจ้าของบ้านกำลังเช็ดเก้าอี้อยู่ครับ..






เก้าอี้เตรียมพร้อม สำหรับวงสนทนากับชาวนาเรื่อง"ข้าวดีด"






สถานที่จัดนี้เป็นที่เก็บวัสดุอุปกรณ์การทำนาของผู้ใหญ่ทวี ในภาพจะเป็นเครื่องพ่นสารเคมี และขวดยาที่ใช้ในนา จำนวนมาก..






อ.ศุภ ชัย อิทธิปาทานนท์ หัวหน้าผู้ประสานการบริการวิชาการสู่สังคม ของ ม.กรุงเทพ เป็นผู้ดำเนินรายการ กล่าวเปิดตัวแนะนำเวทีพูดคุยกับชาวนา เรื่อง "ข้าวดีด" และได้แนะนำวิทยากร 2 ท่านที่มาพูดคุยกันในวันนี้...









ท่าน แรกเป็นผู้ใหญ่สุธรรม จันทร์อ่อน ปราชญ์ชาวบ้านแห่งตำบลบางขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ท่านเป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ 2553 สาขาบัญชีฟาร์ม ท่านยังเป็นหมอดินอาสาดีเด่นปี 2551 และเป็นเจ้าของศูนย์การเรียนรู้การพัฒนาที่ดินตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ชุมชนปลักไม้ลาย (ชื่อนี้เพื่อนๆ คงคุ้นกับเรื่องมะละกอพันธุ์ฮอลแลนด์ หรือพันธุ์ปลักไม้ลาย ใน entry ที่ผมเขียนผ่านมาแล้วนะครับ.. )






อีก ท่านชื่อ อ.ไชยยงค์ หาราช ปัจจุบันรับราชการอยู่ที่ศูนย์เครื่องจักรกลการเกษตรแห่งชาติ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเกษตรแห่งชาติ วิทยากรทั้ง 2 ท่านได้พูดคุยถึงปัญหาข้าวดีดกับชาวนาอย่างสนุกสนาน






มารู้จักกับข้าวดีด กันเล็กน้อยดีกว่าครับ..

ข้าวดีด คือวัชพืชที่มีลักษณะเหมือนต้นข้าวจนแยกไม่ออกในระยะต้นกล้า บางครั้งอาจเรียกว่า "ข้าววัชพืช" ใน ระยะเริ่มต้นข้าววัชพืชนี้อาจแฝงมาในนาข้าวเพียงไม่กี่ต้น แต่ถ้าผ่านไป แล้ว2-3ฤดูกาลเท่านั้น ข้าววัชพืชเหล่านั้จะขยายเป็นล้านต้นเลยล่ะครับ ชาวนาก็เลยต้องหาวิธีกำจัด ข้าวดีดออกไป ไม่ว่าจะเป็นการใช้สารเคมี การใช้เครื่องมือตัดข้าวดีด ซึ่งก็จะทำให้ชาวนามีต้นทุนการปลูกข้าวที่เพิ่ม ขึ้น นี่แหละครับชาวนาถึงได้ปวดหัวกันไงล่ะครับ....








ข้าว ดีดมีสาเหตุเกิดขึ้นได้จาก 1) เมล็ดพันธุ์ข้าวที่ชาวนาเก็บไว้ทำพันธุ์ 2) การฝังตัวที่อยู่ในดินได้ลึกๆ นานนับสิบปี 3) ติดมากับรถเกี่ยวข้าว ที่อาจจะไปเกี่ยวในนาแปลงอื่นที่มีข้าวดีดตกอยู่

ข้าว ดีดมีลักษณะคล้ายข้าวที่ปลูกมาก เหมือนกันตั้งแต่การเป็นต้นกล้ากันเลยล่ะครับ ยากที่จะบอกได้ว่า ต้นใดเป็นข้าวที่ปลูก? ต้นใดเป็นข้าวดีด? แล้วจะรู้เมื่อไรว่าเป็นข้าวดีด? คำตอบคือ ก็รู้เมื่อข้าวดีดโตขึ้นมาพร้อมกับข้าวที่ปลูกซิครับ.. ซึ่งความสูงของข้าวดีดจะมีทั้งที่สูงกว่า เท่ากัน หรืออาจต่ำกว่าข้าวที่ปลูก ก็ได้..


แล้วใครจะไปรู้ว่าข้าวต้นใดเป็นข้าวดีด??? งงจริงๆ..











มี การทำวิจัยเกี่ยวกับข้าวดีดว่า ทำความเสียหายให้กับชาวนา ซึ่งผลผลิตอาจลดลงตั้งแต่ 10-100% กล่าวคือไม่สามารถเก็บเกี่ยวข้าวได้เลยทั้งแปลง





ถ้าชาวนาปล่อยให้ข้าวดีดเติบโตขึ้น ผลผลิตของข้าวดีดมี 2 ลักษณะคือ








1. ข้าวดีดจะมีการออกรวง จากนั้นจะร่วงหมดก่อนข้าวที่ชาวนาปลูก ส่งผลให้ข้าวดีเสียหายตามไปด้วย



2.ข้าวดีดไม่ร่วงหล่นจากรวง ทำให้ติดไปกับผลผลิตข้าวที่ปลูกของชาวนา เมื่อเอาไปขายก็จะถูกกดราคาจากพ่อค้าข้าว
 




ภาพซ้ายมือจะเป็นข้าวดีดที่เมล็ดไม่ร่วงหล่นและอาจจะปนมากับข้าวที่ชาวนาเก็บเกี่ยว ส่วนภาพขวามือ เมื่อสีออกมาข้าวดีดก็จะมาปนกับข้าวที่ปลูกของชาวนา ซึ่งทำให้ข้าวมีเกรดที่ต่ำลง ราคาก็จะถูกกดจากพ่อค้า








ข้าวดีดอาจจะเรียกไปตามลักษณะที่เห็นจากภายนอกที่หลากหลาย เช่น ข้าวหาง ข้าวนก ข้าวดีด ข้าวเด้ง ข้าวลาย หรือข้าวแดง เป็นต้น
 





ผญ.สุ ธรรม ท่านเป็นคนใจเย็น พูดไป ก็ยิ้มไปกับชาวบ้าน เพราะท่านเป็นชาวนามาตั้งแต่เด็ก จึงมีประสบการณ์มาก สามารถแลกเปลี่ยนการปัญหาข้าวดีดกับชาวบ้านได้ตรงประเด็น โดยชาวบ้านที่นี่ส่วนมากจะใช้สารเคมีในการกำจัดข้าวดีด ผู้ใหญ่สุธรรม ได้แนะนำการปลูกข้าว เพื่อไม่ให้มีข้าวดีด 2 รูปแบบคือ 1) การทำนาดำ และ 2) การทำนาโยน

ซึ่ง ผญ.ได้เป็นแนะนำรูปแบบ การปลูกข้าวในนาของท่านที่ นฐ. คือการปลูกข้าวแบบ


"นาโยน" (ฟังชื่อก็ตลกสำหรับผมอีกแล้ว)

นา โยน คือ การทำนารูปแบบหนึ่งที่ใช้การโยนกล้าของข้าวลงไปในนาแทนการทำนาแบบนาหว่านที่ ชาวนาส่วนมากใช้ในปัจจุบัน และนาโยนของท่านให้ผลผลิตถึงไร่ละ 1.5 ตัน (ท่านปลูกข้าวหอมมะลิ) ซึ่งปกติชาวนาทั่วไปจะได้ผลผลิตประมาณไร่ละไม่เกิน 1 ตันหรืออาจจะได้ 1 ตันอีกเล็กน้อย (ต่างกันมากนะครับเพื่อนๆ )

และ ที่สำคัญนาโยนของผญ.ไม่มี "ข้าวดีด" อีกทั้งนาข้าวของท่านก็ไม่ใช้สารเคมี (เป็นนาข้าวเกษตรอินทรีย์) ต้นทุนใช้เพียง 1,500 บาทต่อไร่ แต่ชาวบ้านคลองสี่บอกว่าใช้เงินถึง 5-6 พันบาทต่อไร่และน้ำหนักก็สู้ของผญ.ไม่ได้ ก็ยิ่งทำให้ชาวนามีความสนใจ อยากดูการทำนาโยนของ ผญ.สุธรรมเป็นอย่างมาก






ชาวนา ที่เข้ามาร่วมพูดคุยกันมีประมาณ 13 คน ถึงแม้จะไม่มาก แต่ก็เป็นนิมิตรหมายที่ดี ที่มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันขึ้นมาของชุมชนแห่งนี้








ภาพ แอ็คชั่นมาดการพูดคุยของชาวนาคลองสี่ กับวิทยากรทั้ง 2 ท่าน ในภาพจากซ้ายไปขวามี พี่อบต.อู๊ด พี่ต๋อย และลุงลำพอง แต่ละท่านทำนามาทั้งชีวิตครับ


คุย กันไป คุยกันมา วงสนทนาก็เริ่มมีรสชาติ นั่งเข้ามาใกล้กันมากขึ้น ในภาพมีลุงพูน (นั่งหันหลัง ผมขาว) มีอายุประมาณ 80 ปี นี่ก็เป็นชาวนามาตั้งแต่เกิด สนใจเข้ามาฟังกับเขาด้วยครับ..






ผญ.สุ ธรรม ได้นำซีดี เกี่ยวกับศูนย์การเรียนรู้ของท่านที่ชุมชนปลักไม้ลาย อ.กำแพงแสน จ.นฐ. ซึ่งซีดีได้แสดงวิถีชีวิตที่พึ่งตนเองแบบเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งชาวบ้านมีความสนใจอยากไปดูจริงๆ จึงได้นัดแนะกับ อ.ศุภชัย ม.กรุงเทพ ว่าจะไปดูงานกันในสัปดาห์หน้า ซึ่งผมเองก็อยากไปชมสถานที่จริงเหมือนกันครับ..(จะได้มีเรื่องมาเขียนให้ เพื่อนๆ อ่านไงครับ..)






เที่ยง กว่าแล้ว ผญ.สุธรรม และ อ.ไชยยงค์ และชาวบ้านก็ได้นั่งทานอาหารและพูดคุยเรื่องการทำนาและข้าวดีดกันต่อครับ ส่วนผมนั่งทานอีกโต๊ะหนึ่งครับ...ทานกันแบบง่ายๆ มีต้มข่าไก่ ผัดกะเพาหมูสับ และหมูสามชั้นรวนเค็ม






ก่อนจากชาวนาคลองสี่ (บางส่วนกลับไปบ้างแล้ว) ก็ได้ถ่ายร่วมกับวิทยากร และคณะทีมงานผู้จัด รวมทั้งผมด้วยไว้เป็นที่ระลึก


จาก การพูดคุยในวันนี้ ถึงแม้ยังไม่มีข้อสรุปในการแก้ไขปัญหาข้าวดีดที่เป็นรูปธรรมของชาวนา "ชุมชนคลองสี่ " แต่สิ่งหนึ่งที่วิทยากรได้จุดประกายความคิดของชาวนาคือ อยากมีการจัดตั้ง "โรงเรียนชาวนา" ซึ่งจะเป็นศูนย์การเรียนรู้การทำนาและการทำเกษตรอื่นๆ อย่างยั่งยืน แต่จะเป็นรูปแบบใด คงต้องพูดคุยกันต่อไป

หลัง จากวันนี้ ได้มีการนัดแนะกันว่าจะมีการไปดูงานที่ศูนย์การเรียนรู้ของผญ.สุธรรม ในสัปดาห์หน้าครับ และถ้าเป็นไปได้สำหรับการทำนาแบบ"นาโยน" ซึ่งไม่มีการใช้สารเคมีและไม่มี ข้าวดีดขึ้นในนา ชาวนาบางท่านจะใช้นาของตนเอง เป็นพื้นที่นาสาธิต ในชุมชนคลองสี่นี้ต่อไป ซึ่งถ้าแผนนี้เป็นจริงขึ้นมา ชาวนาคลองสี่จะมีรูปแบบการทำนาอีกรูปแบบหนึ่ง และอาจจะประสบความสำเร็จกว่าการทำนาแบบรูปแบบเดิมก็ได้


ในอนาคตไม่แน่ที่นี่อาจจะเป็น Model การทำนารูปแบบใหม่ที่ชาวนาพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ ต้องมาศึกษาดูงานก็เป็นไปได้ ใครจะรู้??


"เพื่อนๆ ช่วยมาติดตามและให้กำลังใจชาวนาคลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี กันต่อไปด้วยนะครับ...."

No comments: